ชัยชนะอันงดงามของ เรอัล มาดริด

เมื่อคืนวันเสาร์ บิเซนเต้ กัลเดรอน ป้อมปราการอันกล้าแกร่งของ "ยี่ห้อหมี" ถูกตีแตกปราชัยอย่างเยิน
สถิติไม่แพ้คนใดกันในรังติดต่อกันถูกหยุดไว้ที่ 22 เกม และด้วยสกอร์ 0-3 มันบ่งบอกได้แน่ชัดว่านี่เป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของ เรอัล มาดริด และเป็นความระบมอย่างสุดแสนของ แอตเลติโก
ก่อนเกมตามหน้าเสื่อยกให้ ทีมของ โชโล่ สิเมโอเน่ ได้เปรียบบางส่วน เหตุที่ว่าเล่นในถิ่นและสภาพทีมสมบูรณ์กว่า
เรอัล มาดริด มีปัญหาผู้เล่นเจ็บมาก แถมเมื่อใกล้เวลาลงเตะ 11 คนแรกที่ ซีเนดีน ซีดาน ประกาศออกมายังไร้เงา คาริม เบนเซม่า และ เซร์คิโอรามอส
รายแรก นับว่าไม่เท่าไหร่ เพราะเหตุว่าเกจิมองว่า ลูคัส บาสเกซ ระดับฝีเท้าไม่เลว แถมสภาพยังสดใหม่กว่า แต่กับ รามอส ถือว่าสร้างความวิตกกังวลไม่น้อย เพราะเหตุว่านำมาซึ่งการทำให้คู่เซนเตอร์เป็น ราฟาแอล วาราน กับ ที่นาโช่ เฟร์นานเดซ ซึ่งเป็นคู่ที่แทบไม่ค่อยได้เล่นร่วมกัน แถม ที่นาโช่ เองก็ยังถูกมองว่ากลเม็ดเด็ดพรายยังอ่อน
คำถามแรกที่ผุดขึ้นเป็น “จะไหวมั๊ย ?” เพราะเหตุว่าแนวรุกของ แอตเลติโก ทั้งคล่องแคล่วและเฉียบคม ไม่ว่าจะเป็น ยานนิค การ์ราสหรูหรา หรือ อองตวน กริซมันน์
ใกล้ถึงเวลาลงเตะกองเชียร์ ‘โลส โกลโชเนโรส’ เจ้าถิ่นยิ่งมายิ่งรื่นเริง เพราะเหตุว่าด้วยสถิติก่อนหน้า 6 เกมไร้ปราชัยทำให้พวกเขามั่นอกมั่นใจเป็นอย่างมาก แฟนหมีทุกคนตั้งเป้าต้องการให้ ‘เอล เดร์บี้ มาดริเลนโญ่’ หนสุดท้ายใน กัลเดรอน ปิดฉากปิ้งสวยงามด้วยชัยชนะเหนืออริชั่วกับชั่วกัลป์แต่เกมกลับพลิกการคาดการณ์ !
ข้างหลังสิ้นเสียงนกหวีดของ เฟร์นานเดซ บอร์บาลัน แข้ง ‘ยี่ห้อหมี’ พุ่งเข้าใส่ในทันที หวังสร้างแรงกดดันให้ มาดริด ตั้งแต่เริ่ม
การเข้าบอลเร็ว วิ่งเพรสซิ่งตั้งแต่ในโซนของคู่ต่อสู้ นับว่าเป็นแทคติกที่ แอตเลติโก ใช้ได้ผลมาตลอด แต่คราวนี้มันแปลงเป็นอาวุธทิ่มแทงพวกเขา
จากการนั่งดู สังเกตได้ชัดว่าการเข้าเพรสของแข้ง ‘ยี่ห้อหมี’ มันสติไม่ดีไปจากที่เคยๆมันดูร้อนใจ รีบร้อนเกินเหตุ เลยนำมาซึ่งการทำให้จังหวะเสียไปหมด และให้พอดีว่า 3 แผงกลางที่ ซีดาน ส่งลงมาสู้ เป็นประเภทเอาตัวรอดเก่ง เก็บบอลครอบครองบอลดีทั้งหมด ทั้ง มาเตโอ โควาสิช,ลูก้า โมดริช และ อิสหรูหรา
3 แผงกลางนี้แทบไม่ทิ่มอลเลย เฟิร์สทัชดีเยี่ยมที่สุด จับบอลไม่มีกระฉอก ไม่เปิดโอกาสให้ แผงกลาง แอตเลติโก เข้าชิงความได้เปรียบ แถมยังอ่านเกมดี คิดเร็วทำเร็ว
เหตุนี้เลยทำให้การบีบพื้นที่ของสมาชิก โชโล่ จำต้องจั่วลมซะเกินครึ่ง บอลถูกเปลี่ยนถ่ายจากซ้ายไปขวา จากหน้าไปข้างหลัง อย่างเร็วแม่น สภาพของเจ้าถิ่นไม่ต่างกับวัวกระทิงที่กำลังโดน มาทาดอร์ หลอกล่อทอนแรง
เมื่อเอาชนะแผงกลางของ แอตเลติโก ได้แล้ว ทำให้แนวรุกอย่าง เเกเร็ธ เบล กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มีพื้นที่ในการเล่น ได้บอลในตำแหน่งงามๆอยู่บ่อยครั้งดังเช่นจังหวะพลิกบอลและเปิดยาวของ อิสหรูหรา ให้ มาร์เซโล่
เพลย์นั้นถือได้ว่าเป็นการจู่โจมที่สวยงามและอันตราย โชคร้ายที่ลูกครอสของฟูลแบ็กบราสิเลี่ยนให้ โรนัลโด้ กระแทกเหน่งๆถูก ยาน โอบลัค เซฟไว้ได้หวุดหวิด
ส่วนประตูขึ้นนำที่มาจากลูกฟรีคิก แม้ไม่ได้มาจากการเซตเกมโดยตรง แต่ทางอ้อมนั้น เมื่อแผงกลางของ ยี่ห้อหมี เอาไม่อยู่ ก็นับเป็นการเปิดโอกาสให้แนวรุกของ มาดริด ได้ดวลตัวๆกับแผงข้างหลังของทีม

โรนัลโด้ หรือ เบล เป็นนักเตะระดับเวิลด์คลาส ถ้าหากปลดปล่อยให้พวกเขามีโอกาสได้เล่นกับบอลเสมอๆจะช้าจะเร็วแผงข้างหลังก็จำต้องบกพร่อง และนั่นก็เป็นสาเหตุของการเสียฟาวล์ในระยะอันตราย
ฟรีคิกของ โรนัลโด้ ถือว่ามีโชค เมื่อแฉลบ สเตฟาน ซาวิช ที่ยืนเป็นกำแพงเปลี่ยนแปลงปากทางเข้าประตูไป
ประตูนี้ยิ่งทำให้ เรอัล มาดริด มั่นใจมากยิ่งขึ้น และเกมก็ไปเข้าทางพวกเขากว่าเดิม สามารถที่จะเล่นกับสถานการณ์ได้หลายต้นแบบ จะเซตขึ้นไป หรือจะเล่นโต้กลับเมื่อตัดบอลได้
ในพาร์ทเกมรับของ แอตเลติโก โดนจู่โจมจนกระทั่งเสียหายเพราะเหตุว่าแผงกลาง ‘ไล่ไม่จนกระทั่ง’ ส่วนในพาร์ทของเกมรุกที่ยิงไม่ได้มูลเหตุนั้นเพราะเหตุว่าความรีบรน เสียขบวนคุ้นเคย ยิ่งแผงกลาง มาดริด ดำเนินการดีด้วย คู่เซนเตอร์อย่าง ที่นาโช่ กับ วาราน ที่ถูกมองว่าเป็นข้อบกพร่องก็แบกภาระน้อยลง ไม่ต้องเจอกับแรงกดดันมากเท่าไรนัก
45 นาทีแรก มองเห็นได้น้อยครั้งว่า แอตเลติโก เซตเกมเพื่อรุกคืบไปถึงพื้นที่สุดท้าย จังหวะรุกแต่ละครั้งพวกเขาอุตสาหะเร่งให้บอลถึงหน้าประตูให้เร็วที่สุด แต่…มันเร็วเกินไป
การต่อบอลเร็วจังหวะสองจังหวะให้บอลถึงหน้าประตูคู่ต่อสู้ เป็นหนึ่งในแนวทางการที่ ‘ยี่ห้อหมี’ ชอบใช้ แต่ให้บังเอิญว่าพวกเขาร้อนใจจนกระทั่งขาดความแม่นยำ ทั้ง การ์ราสหรูหรา ทั้ง กริซมันน์ หรือ ซาอูล มัวแต่จะพุ่งไปข้างหน้าให้เร็วที่สุดจนกระทั่งขาดความแน่ชัดเมื่อพลาดก็โดนจู่โจมโต้กลับ นั่นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น
ที่โชคร้ายก็คือพวกเขาไม่ได้ศึกษาเลยว่าเมื่อพลาดแล้ว จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง ยังคงตะบี้ตะบันเร่งจังหวะอยู่ดังเดิม สุดท้ายแปลงเป็นว่าไปโดนฝั่ง มาดริด หลอกดักเก็บกินเสียหมด
ครึ่งหลัง โชโล่ แก้เกมมาดี โมเมนตั้มเริ่มขยับมาทางฝั่ง ‘ยี่ห้อหมี’ เยอะขึ้น ทีมมีการเซตบอลFun88ดึงจังหวะรอคอยเพื่อความแน่ชัด และหาโอกาสจู่โจม ซึ่งโจมตี มาดริด เจริญแต่จังหวะไม่เป็นใจอีก เมื่อโดนบอลยาวตีโต้ และ ซาวิช ก็พลาด
เป็นจุดลูกโทษหรือไม่ ? ในช่วงเวลาที่อยู่ในสนาม ยอมรับว่าดูจากระยะค่อนข้างจะไกล มองเห็นไม่ชัดแจ้ง แต่เมื่อกลับมาดูภาพช้า ก็นับว่า ‘ให้ได้’ ไม่น่ารังเกียจ
เมื่อ โรนัลโด้ ซัดลูกนี้เข้าไปให้ มาดริด ฉีกหนี 2-0 ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างก็จบ จุดลูกโทษนับว่าเป็นจุดเปลี่ยนแปลงของเกมทั้งหมด มันนำมาซึ่งการทำให้ผู้เล่นมาดริดมั่นอกมั่นใจ และบั่นทอนพลังใจ ‘ยี่ห้อหมี’ จนกระทั่งหมดไป
บอลระดับนี้ ลองห่างกันถึง 2 เม็ด มันยากที่จะคัมแบ็กกลับมา หากอีกฝั่งไม่ติดลูกประมาท ซึ่งจุดนี้จำต้องดู ซีดาน เลยว่ากำชับสมาชิกมาดี ผู้เล่นของ มาดริด ตั้งสมาธิไว้ที่เกมตลอดเวลา ไม่เผอเรอ ไม่ให้ ยี่ห้อหมี ได้หาจุดเปลี่ยนแปลงของตนเองเจอ
ขณะที่เหลือเกมจึง ‘หมดสนุก’ และลูกจบท้ายให้ โรนัลโด้ เก็บแฮตทริกได้สำเร็จก็นับว่าเป็นของแถมโรนัลโด้ กลับมาระเบิดฟอร์มได้ถูกที่ถูกเวลา ลยคำดูถูกว่าที่ว่า ‘ไปไม่เป็นในเกมใหญ่’ ได้ชะงัด
แมน ออฟ เดอะ แมตช์ จำต้องยกให้ คริสเตียโน่ ซ้ำฟอร์มนัดนี้ยังเป็นการต่อยอดให้ผู้สื่อข่าวทั่วยุโรปเทคะแนนให้กับเขาเพื่อคว้าบัลลงดอร์
แต่คนนึงที่น่ายกยอมากมายๆเป็น อิสหรูหรา เขาไม่ค่อยได้รับโอกาสมากเท่าไรนักในปีนี้ แต่ผลงานจ่ายบอลสำเร็จ 91% และแย่งบอลได้อีก 7 ครั้ง พูดได้เลยว่านี่เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ทำให้ มาดริด ชนะ
โมดริช เล่นได้ตามายี่ห้อฐาน ทิ่มอลยาก ออกบอลแน่นอน ส่วน โควาสิช เข้าปะทะได้กล้าแกร่ง และเอาตัวรอดเก่ง
มาดริด กระหน่ำ 3-0 ไม่เพียงแต่เป็นการประกาศความโหฬารเหนือ แอตเลติโก หากแต่ผลจากการแข่งขันของ บาร์ซ่า ที่เจ๊า มาลาก้า 0-0 ยังเป็นโบนัสให้พวกเขาทะยานนำห่าง
ในขณะนี้ทีมของ ซีดาน เก็บไป 30 แต้มจาก 12 เกม หนี บาร์ซ่า 4 และทิ้ง แอตเลติโก 9 นับว่าเป็นสถานการณ์ที่เปิดโอกาสอย่างมาก
พวกเขาไม่ได้แชมป์ ลา ลีกา มา 4 ปีแล้ว ตั้งแต่ฤดู 2011–12 ในยุคของ มูรินโญ่ ปีนี้จึงถือว่าสื่อความหมายเป็นพิเศษ
ส่วน โชโล่ และสมาชิกปีนี้พูดได้เลยว่าอ่อนล้า ผลงานของเขาตกลงไปแน่ชัด

ขณะนี้เมื่อเทียบกับปีกลายๆนี่เป็นฤดูที่ห่วยที่สุดของ โชโล่
12 นัดแรก ฤดู 2012-2013 เก็บได้ 31 แต้ม, ฤดู 2013-2014 เก็บได้ 33 แต้ม, 2014-2015 เก็บได้ 26 แต้ม และ 2015-2016 เก็บได้ 26 แต้ม แต่ปีนี้ 12 ผ่านมาได้เพียงแค่ 21
กระนั้นขึ้นชื่อว่าฟุตบอลยังดูกันยาวๆก็เสมือนอย่างที่ ซีดาน พูดไว้ในห้องแถลงข่าวข้างหลังเกมว่า “ทีมยังไม่ชนะอะไรเลย”

ศึกใหญ่ที่ถิ่นโอลดแทฟฟอร์ด

ข้างหลังการตกรอบยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีกของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยกมือเห็นด้วยว่ามันเป็นความผิดพลาดของเขาที่ไม่อาจจะทำให้นักเตะเล่นเกมรุกได้ในนัดแพ้โมนาโก ช่วงเวลาที่ โชเซ มูรินโญ รับรองปัจจุบัน ''แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังไม่พร้อมลุ้นแชมป์'' กำเนิดอะไรขึ้นอยู่กับสองทีมดังจากเมืองแมนเชสเตอร์
ดูอย่างกับว่าสถานะการณ์ปัจจุบันมันเป็นไปในแนวทางของการตั้งหลัก ถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเดินหน้าสองสามก้าว ทั้งสองโค้ชที่ได้รับการเห็นด้วยว่าเก่งที่สุดในโลกในรอบ 10 ปีที่ล่วงเลยไป ถึงกับออกปากแบบนั้นเอาเรื่องของ เป๊ป ก่อน
คคราวหลังจากโมนาโกพบว่า "เรือใบสีฟ้า" ยังไม่อาจจะยกระดับตัวเองให้ก้าวไปยังทีมที่ใหญ่กว่าพรีเมียร์ลีก แม้จุดมุ่งหมายของพวกเขากระจ่างยิ่งนัก แม้กระทั่งพวกเขามี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ในตอนนี้โดนเสียดสีว่าที่ได้แชมป์ด้วยเหตุว่าทีมบาร์ซ่ากับบาเยิร์น มิวนิค มันดีอยู่แล้วดูจากตัวเลข…ข้างหลังเกมโมนาโกพบว่ามันน่าสลดหดหู่ใจรวมทั้งท้อแท้ใจกับการทุ่มทุนสร้างของอาบูดาบี ยูไนเต็ด กลุ่ม
ครึ่งแรกเสีย 2 ประตู แถมไม่ได้ยิงสักหนึ่งครั้ง อย่าว่าแต้ยิงเลย เพียงแค่ทำเกมให้ขึ้นไปหน้าบ้านโมนาโกยังยาก ที่สำคัญกองหลังโชว์ความอ่อนหัดให้เห็น คลอดลูกสะเปะสะปะ ดินแดนกึ่งกลางสู้คนพลังหนุ่มโมนาโกไม่ได้
เป๊ป ถูกถามว่าสกอร์ที่เป็นต่อ 2 ลูกเป็นสิ่งที่สำคัญหรือไม่ต้องไปใช้กึ่งกลางรุก 5 คนโดยผลักภาระให้ แฟร์นานดินโญ คนเดียวที่เป็นตัวตัดเกม ท้ายที่สุดมันเกิดขึ้นนั่นเป็นดินแดนกึ่งกลางแพ้ราบคาบดินแดนกึ่งกลางแพ้…กองหลังยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง เป็นปัญหาใหญ่ของทีมในปีนี้
การเสียสองประตูครึ่งแรกทำให้งานยากเกิดขึ้นแต่ว่าพวกเขาสามารถยิงตีไข่แตกหรือลุ้นตีเสมอได้ แต่จากเกมครึ่งแรกไม่มีผู้ใดเห็นว่ามันเป็นแบบนั้น ทุกคนเห็นว่ามีแต่ว่าจะโดนเพิ่มถ้าหากออกมาทรงนี้ ความแน่ใจมันก็สวนกัน…สิตี้ ต้องกลับมาพีคสุดๆมิเช่นนั้นโดนกระหน่ำเหลว
เกมดูดีขึ้นแต่ว่ากว่าจะได้ยิงก็ขว้างเข้าไปนาทีที่ 65 โน่นเป็นจังหวะแรกที่ ซูบาสิช ได้เซฟ ก่อนที่ ซาเน จะยิงประตูตีไข่แตก อันเป็นประตูสำคัญ 2-1 ถ้าว่ากันตามตรงครึ่งแรกเกมดีขึ้นผิดหูผิดตา พร้อมยิงคืนได้ตลอด
แต่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือกองหน้าดันไม่คมอีก…ใช้โอกาสเปลือง กว่าที่ ซาเน จะยิงตีไข่แตก รวมทั้งจากนั้นเป็นต้นมาเป็นหน้าที่กองหลังที่ไม่ได้ช่วยคุ้มครองปกป้องอะไรเลย โดน 3-1 ที่เป็นประตูสำคัญส่งโมนาโก เข้ารอบ 8 ทีมท้ายที่สุดจากผลบวก 6-6 ที่ได้จากยิงนอกบ้าน 2 ประตู
หัวข้อเป็นเกมรุกยังพอวางใจได้ว่าดี แต่ว่าพอเกมรับซึ่งยังไม่ปรับปรุงรวมทั้งพร้อมเสียประตู มันทำให้แมนฯสิตี้ ล้มเหลว รวมทั้งเมื่อดูภาพรวมๆรุกพอใช้ได้ ดินแดนกึ่งกลางงั้นๆไม่แน่น ไม่ปึ้ก ข้างหลังพร้อมเสียเรือใบสีฟ้า จึงเป็นทีมที่คล้ายๆกับลิเวอร์พูลเป็น…."ขาดสมดุล" ในทีมไป
รับห่วยแตก รุกพอได้ แบบนี้โอกาสประสบผลสำเร็จมีจำกัด ก็จะอยู่ในตำแหน่งที่พวกเราเห็นเป็นประมาณนี้ ลุ้นพื้นที่ชปล. แต่ว่าลุ้นแชมป์อาจจะยาก ด้วยเหตุว่าความสมดุลของทีมไม่มี มันขาดส่วนสำคัญในทีมไป เหมือนกับทีมที่รับดี…แต่ว่ารุกไม่ได้โอกาสประสบผลสำเร็จลดลง
เป๊ป เห็นด้วยข้างหลังเกมแพ้โมนาโกว่าเขาไม่อาจจะทำให้สมาชิกเล่นแบบดุเดือด ก้าวร้าว รวมทั้งมีเกมรุกที่ดีพอในการชนะโมนาโก เขารับผิด ไม่โทษนักเตะ แต่ว่ามั่นใจว่าในใจคงมีผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยที่ถูกกาชื่อทิ้งในซัมเมอร์หน้านี้แน่นอน
แผงข้างหลังในตอนนั้นอยากฟูลแบกใหม่เพื่อมาเพิ่มไฟในการเล่น ไม่ใช่ชุดเดิมอย่าง ซาบาเลต้า, คิลชี, วัวลาคอยฟ หรือกระทั่งเซนเตอร์ฮาล์ฟอย่าง ออตาเมนดี้ ก็ไม่ใช่เซนเตอร์มีเกรดอะไรมากมายก่ายกอง แม้จะติดทีมชาติอาร์เจนติเตียนน่าก็ตาม

แผงข้างหลังนี่ชูแผง …จอห์น สโตน เองก็ต้องเล่นกับเซนเตอร์ที่หรูหรากว่าเขา ถ้าหากคาดหมายให้เขาคุมข้างหลังคนเดียวในตอนนี้ กระดูกบอลไม่ถึง ในยุโรปนี่ชัดเลย มีอุปสรรคต่อการเล่นเกมระดับสูง ช่วงเวลาที่ดินแดนกึ่งกลางขาดตัวตัดเกมคุณภาพไป
แนวรุกจัดว่าพอไปได้ ชุดนี้ ทั้ง กุน อเกรโร , ซาเน, ราฮีม ยังมีโอกาสปรับนิสัยเองได้ ที่ดีเป็นส่วนตัวเป็น เควิน เดอ บรอยน์ ช่วงเวลาที่ สิลบา ปีถัดไปจะยิ่งโรยหนักกว่านี้
ดูแล้วอ่อนแรง…มันเป็นงานใหญ่สำหรับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในการทำทีมให้ยิ่งใหญ่ในแถวหน้าของแวดวง โดยเฉพาะการก้าวไปคว้าชัยชนะยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยแรกให้แมนฯสิตี้ ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดในการสร้างแบรนด์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้แกร่ง
จากเพื่อนบ้านเสียงดังมายังเพื่อนบ้านที่ดูเงียบๆไม่ฮือฮาเหมือนตอนซัมเมอร์ ที่มีความหวังมากมายก่ายกองข้างหลังการแต่งตั้ง โชเซ มูรินโญ คุมทีม
ปัจจุบันแม้เข้ารอบ 8 ทีมท้ายที่สุดบอลยูโรปา ลีก รวมทั้งเหลือถ้วยเดียวที่ได้ลุ้นอย่างเป็นรูปธรรม มูรินโญ ให้สัมภาษณ์กับ แกรี ลินิเกอร์ พิธีกรรายการ "พรีเมียร์ลีก โชว์" ทางช่องบีบีซี นานาประการหัวข้อที่สำคัญสุดเขากล่าวว่า "เรายังไม่พร้อมสำหรับการเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด"คมกริบสำหรับประโยคนี้ รวมทั้งมันไม่ต้องขยายความว่าอะไรแม้กระทั่งมากมายก่ายกอง
"ผมมีความคิดว่าเรายังไม่พร้อมสำหรับการมีไว้ในครอบครองยุทธจักรบอลอังกฤษ พวกเรายังไม่พร้อมที่จะอุตสาหะ, ชนะทุกเกม มันยังมีช่องว่างระหว่างความทะเยอทะยานตามธรรมชาติของทีมยักษ์ใหญ่ รวมทั้งสิ่งที่เราเป็นอยู่จริงๆในขณะนี้"มันยากขึ้นกว่าเดิม มันต่างจาก 10-20 ปีกลายอย่างสิ้นเชิง"
ผมว่าเขาสะท้อนอะไรได้กระจ่างในหัวข้อนี้ เขากำลังติดต่อสื่อสารกับแฟนแมนฯยูฯ ที่เต็มไปด้วยความมุ่งมาดระดับสูงรวมทั้งต้องอุตสาหะประพฤติแบบจมให้ลง ด้วยเหตุว่ามันจะเข้าเกณฑ์กลายเป็นแฟนลิเวอร์พูลที่รู้สึกอย่างงั้นมาตลอด 26 ปี หลังจากได้แชมป์ลีกหนสุดท้ายปี 1990อีกประโยคเด็ดหนึง่ที่สำคัญเป็น "ผมมาทำงานกับสมาคมที่น่าเศร้าใจ"อันนี้ว่าคนใดกันแน่นะ…ทดลองอ่านกันดู เอาสำคัญๆเป็นเขาบอกว่า "ถ้าหากเป็นผมจะไม่ขาย อังเคล ดิ มาเรีย, ชิชาริโต้ รวมทั้ง ดินแดนนี เวลเบค"
มั่นใจว่าสามคนนี้อาจได้รับความรู้สึกเชิงขัดแย้งจากแฟนผีแน่นอนด้วยเหตุว่า ดิ มาเรีย มาในตอนที่ทีมตกลงไปจากเดิม ช่วงเวลาที่ เวลเบค ก็ไม่ได้รับความปิติยินดีมากมายก่ายกองนัก ส่วนชิชาริโต้ นั้นน่าจะเป็นขวัญใจอยู่แต่เชิงแทกติเตียนกแล้วการขาย เวลเบค รวมทั้ง ชิชาริโต้ ออกไปมันเป็นคุณขาดกองหน้าตัวจบสกอร์
ส่วน ดิ มาเรีย นั้นเป็นนักเตะที่ มูรินโญ ชื่นชอบ รวมทั้งเป็นนักเตะคนแรกที่เขาซื้อไปร่วมทีมเรอัล มาดริด รวมทั้ง ดิ มาเรีย ก็กลับไปสู่ฟอร์มทอปของเขาเหมือนเดิมกับทีม เปแอสเช มั่นใจว่าถ้าหาก มูรินโญ อยู่กับทีมเร็วกว่านี้เขาก็ซื้อมาร่วมทีมรวมทั้งใช้งานเป็นตัวเดินเกมให้แนวรุก
ส่วนนักเตะที่ มูรินโญ ไม่เอ่ยชื่อว่า ถ้าหากเป็นเขาจะไม่ซื้อมาร่วมทีม ซึ่งพวกเราเองสามารถเดาได้ไม่ยากด้วยเหตุว่าจากสิ่งที่เขาปฏิบัติในสนามแข่งขันรวมทั้งการจัดทีมลงเล่นทุกสัปดาห์พอจะนำชื่อมาเฉลยกันได้ไม่ยากมูรินโญ มีมารยาทรวมทั้งมืออาชีพมากพอที่จะไม่กล่าวถึงรวมทั้งมันไม่สมควรเอ่ยถึง แต่ว่าผมมั่นใจว่าไม่ใช่แฟนผีก็เดาได้ไม่ยาก
สิ่งที่ผมมั่นใจว่าแฟนผีรวมทั้งแฟนบอลทั่วๆไปต้องชื่นชอบกับการให้สัมภาษณ์ในประโยคต่อมาพร้อมกับ ลินิเกอร์ ว่า "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นสมาคมที่มีความใหญ่โตมาก ไม่ควรต้องไปแชมเปี้ยนส์ ลีกเพื่อล่อใจนักเตะมาร่วมทีม"
เขาเอ่ยถึง…อิบราฮิโมวิช ควรจะอยู่กับ ปารีส, ป๊อกบา ควรจะอยู่กับยูเวนเหม็นตุส รวมทั้ง มคิทาร์ยาน ควรจะอยู่กับดอร์ทมุนด์ถัดไปถ้าหากนักฟุตบอลนึกถึงประเด็นการเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีก รวมทั้งเขาเองรู้สึกแฮปปี้มากๆถ้าหากนักเตะตกลงใจไม่ย้ายมาด้วยเหตุว่าทีมไม่ได้ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก เขาจะดีใจมาก ที่ไม่ได้นักเตะแบบนี้มาร่วมทีม
พูดง่ายๆว่า นักเตะจะต้องมีใจมาเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ด ด้วยข้อแม้เดียวเป็นด้วยเหตุว่านี่เป็นแมนฯยูฯ ไม่ใช่ทีมที่ต้องไปเล่นชปล. หรือมีโอกาสไปเล่น
จริงขอรับ…การพูดแบบนี้ไม่ใช่เอาอกเอาใจหรือเพียงแค่ให้เกียรติ แต่ว่ามันเป็นลักษณะการทำงานของ มูรินโญ รวมทั้งผมมั่นใจว่าโค้ชทุกคนต้องมีแนวทางแบบนี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็อาจจะไม่ได้อยากต้องการนักเตะที่มาเล่นกับทีมเพื่อ "เงิน" , เกียรติ หรืออะไรนักเตะจะมาเล่นกับทีมนี้เพื่อ "สมาคมแห่งนี้"
มันยังไม่หมดยุคหรอก…ด้วยเหตุว่าสุดท้ายแล้วทีมที่ใช้เงินทุ่มซื้อนักเตะก็จะใช้เงินซื้อนักเตะตลอดระยะเวลา ไม่อาจจะดึงนักเตะที่มีความเข้าใจรวมทั้งมีจิตใจต้องการประสบผลสำเร็จกับทีมมาร่วมทีมได้ ปัญหาของสองทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ นั้นคนละแบบ
ช่วงเวลาที่ เป๊ป กล่าวว่าไม่อาจจะทำให้นักเตะเล่นเกมจากที่เขาอยากได้ รวมทั้งทีมอาจจะควรจะมีการเปลี่ยนแปลงในซัมเมอร์ มันก็คล้ายๆกับ มูรินโญ เพียง มูรินโญ มีลักษณะการทำงานของเขาที่รับรองอย่างชัดเจนแล้วว่า
"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยากนักเตะที่มีใจต้องการมาเล่นให้แมนฯยูไนเต็ด โดยมีเงื่อนไขเดียวด้วยเหตุว่านี่เป็นแมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ด"       

ลุ้นกันไปกับไก่

ทอตแน่มฮอตสเปอร์ ฟอร์มรุนแรงในปี 2017 จริงๆ
ชัยชนะต่อวัตฟอร์ด ปัจจุบัน 4-0 ตอนค่ำวันเสาร์ทำให้ช่องว่างลดลงเหลือ4 ปล่อยให้เชลซีบีบคั้นเล็กน้อยเวลากลางดึก เมื่อจำเป็นต้องเยือนบอร์นมัธ
ชัยชนะปัจจุบันคือแต้มที่ 32 จากชัยชนะ 10 เสมอ 2 แพ้ 1 ตั้งแต่แมื่อเดือนมกราคมเป็นต้นมาและตารางชั้นของพวกเขาคือผู้นำฝูงในช่วงนี้…ว่ากันแบบนั้นได้คำถามคือว่า…แล้วมันจะทันมั้ยนะครับเนี่ย
ในความรู้สึกแฟนไก่ยังคงมีหวังอยู่…แม้กระนั้นในสนามบอลเมื่อมองไปยังเชลซี ที่นานๆสะดุดสักหนึ่งครั้ง พวกเขาเกือบจะไม่พลาดในการเก็บชัยชนะ ที่สำคัญอย่าว่าแต่แพ้เลยนะครับหลุดไปเสมอนั้นยังนานๆครั้งด้วยซ้ำผลงานของพวกเขาส่วนมากคือชนะ เกมปัจจุบันก็เช่นกันนี่คือเกมที่สามภายหลังจากแพ้คริสตัล พาเลส คาบ้าน พวกเขากลับมาชนะรวดสองนัดทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้กระนั้นจุดหนึ่งที่เชลซีพอเพียงมีปัญหาให้เราเห็นคือพักหลังเสียประตูหลายครั้งครับผม
อันนี้จำเป็นต้องดูว่า 7 นัดสุดท้าย อันโตนีโอ คอนเต้ จะปรับทีมยังไงเพื่อให้ลดการเสียประตู และลดแรงกดดันของทีมลงเชลซี ยังถือถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกในมือและเป็น title to loseทั้งหมดทุกอย่างอยู่ในการควบคุมเกมของพวกเขาทั้งมวล เพราะฉะนั้นทอตแน่มฮอตสเปอร์ มีหน้าที่ชนะไปเรื่อยๆเพื่อรอดูสถานะการณ์
สิ่งหนึ่งที่แฟนไก่ปลื้มเปรมคือผลงานของทีมที่เกิดขึ้นในขณะที่ทีมชุดแรกมีปัญหาทั้งเจ็บและฟอร์มหลุดไปบ้าง ตั้งแต่แนวรับจนถึงกองหน้า มันดีเยี่ยม
คู่ฟูลแบกเกมปัจจุบันเป็น เบน เดวิส กับ คีแรน ทริปเพียร์ คู่กึ่งกลางเป็น เอริก ดายเออร์ กับ เดมเบเล ศูนย์หน้าใช้ วินเซนต์ แยนเซน แทน แฮร์รี เคน ที่พึ่งหายเจ็บกลับมามีชื่อเป็นผู้เล่นสำรอง และตอนที่เดี้ยงนั้น สเปอร์ส เก็บแต้มต่อเนื่อง
เฉพาะในไวท์ฮาร์ทเลนนี่ปัจจุบัน 11 ครั้งติดต่อกันแล้วที่ชนะ เคยทำได้ยอดเยี่ยม 14 นัดเมื่อปี 1987 ในยุคของ เดวิด พลีธ เป็นผู้จัดการทีม แฟนไก่รุ่น "แมวเพชร" จำเป็นต้องจำได้เป็นอย่างดี เพราะเหตุว่าสเปอร์สคือทีมที่มีทั้งผู้จัดการ และนักฟุตบอลตัวทอปของแวดวงมาเล่นด้วย
เรย์ เคลเม้นส์ เฝ้าเสา แกรี แมบบัตต์ คุมหลัง กับ แกรี สตีเว่นส์ กองกลางก็ เกลน ฮอดเดิ้ล ปีกอย่าง คริส วอดเดิ้ล ดาวยิง ไคล์ฟ อัลเลน ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในดาวซัลโวระดับทอปของลีกเคียงคู่กับ เบื่อ รัช, แกรี ลินิเกอร์ ชุดนั้นมีกองหน้าทีมชาติเบลเยียมด้วยนะ…สเปอร์ส ไม่ขาดนักฟุตบอลเบลเยี่ยมในทีมคนไหนกันจำได้บ้าง…..
ลองคิดดูว่าตัวทอป ตัวบิดาของแวดวงฟุตบอลมารวมตัวกันในทีมสเปอร์ส เพียงแค่ขาดเพียงแค่แชมป์ลีกเท่านั้น เพราะเหตุว่าไปไม่ถึงจริงๆ
ในลอนดอนจึงตกใต้ร่มเงาของอาร์เซนอลและเชลซี ในตอนนี้….มันสมควรจะถึงเวลาของพวกเขาแล้ว ผมเองก็แอบเอาใจช่วยอย่างเงียบๆว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาทองคำของสเปอร์ส ซะที
ในยุคของ เมาริซิโอ โปเชตติเตียนโนแฟนสเปอร์ส พอเพียงจะมีความฝันถึงแชมป์ได้นะครับ มันไม่ใช่เรื่องไกลเกินไป ปีที่ผ่านมา พวกเขาก็พลาดตกม้าตายช่วงท้ายซีซั่นปล้อยให้เลสเตอร์ ซิตี้ ครอบครองแชมป์น่าพิศวง ของลีกไปครองเช่นกันนะครับ…การพัฒนาทีมไก่กระทงของ พอเพียงช มันมีความเจริญ
นักฟุตบอลชุดนี้เล่นเข้าขากันก้าวหน้า ขาดเพียงแค่บางนัด บางเกม ที่จำเป็นต้องชนะ ไม่ว่าจะเจอกับทีมใหญ่หรือทีมเล็ก มันมีเพียงแค่บางนัดที่พวกเขาหลุด กระทั่งทำให้การไล่ล่าแชมปฺ์เมื่อปีที่ผ่านมา และปีนี้ ทิ้งช่วงไปจริงๆถึงจุดนี้กลับมาห่าง 7 แต้ม แม้กระนั้นไม่ใช่เรื่องที่ควรจะล้มเลิกความฝัน เมื่อมันยังไม่สิ้นเสียงนกหวีดนัดที่ 38 ยังได้ลุ้นกันต่อ

เกมนัดปัจจุบัน โปเชตติเตียนโน จัดทีมตามแทกติเตียนก และ "แนวคิด" ของเขาแจ้งชัดเมื่อวิเคราะห์ฟอร์มคู่ปรับอย่างวัตฟอร์ด ที่มาย้ำรับมั่นใจๆไม่เสียประตูมาสองเกมติดต่อกัน ทางด้าน วอลเตอร์ มาสซารี คงไม่มีแผนในการอื่นใด มาไวท์ ฮาร์ท เลน
เพราะฉะนั้น วินเซนต์ แยนเซน จึงจำเป็นต้องรับบทบาทกองหน้าตัวเป้า ค้ำกับกองกลางวัตฟอร์ด ที่คงยืนออกันหน้าเขตโทษ แน่นไปหมด แล้วตัวรุกสามคนที่ช่วยเหลือ แยนเซน คือ คริสเตียน เอริคเซน, เดลเล อัลลี และ ชอน เฮือง ไม่น จะคอยช่วยทำเกมแดนสุดท้าย
แยนเซน บางทีอาจจะถูกเหน็บแนมว่า…กองหน้าไร้สกอร์ เพราะเหตุว่าพึ่งยิงได้ประตูเดียวจากจุดลูกโทษด้วยซ้ำ แม้เขาเป็นดาวซัลโวมาจากพรีเมียร์ลีกของเนเธอร์แลนด์ แม้กระนั้นคงไม่ช่วยอะไรแม้ไม่อาจจะปรับนิสัยเข้าระบบของสเปอร์สได้น่าเห็นใจ…เมื่อเขามาร่วมทีมเดียวกันกับ แฮร์รี เคน ที่รุนแรงอยู่แล้ว
เกมนี้ แยนเซน ทำหน้าที่ค้ำ บางทีอาจเป็นตัวหลอก ให้ 3 ตัวรุกไก่จู่โจม หรือเป็นตัวเป้าเข้าทำ ถ้าเกิดดูจากเกมที่เกิดขึ้น เพราะเหตุว่าเขาสามารถเก็บบอล บังบอล เล่นกับ เอริคเซน ได้ มีจังหวะกลับบอลเข้าไปยิงระยะ 7-8 หลาตรงนั้นเจ้ากรรมบอลไปติดเท้า โกเมส ซะอีกก่อนสเปอร์สได้ประตู แยนเซน มีโอกาส 3 ครั้งที่น่าจะมีรายชื่อเป็นผู้ทำคะแนน แม้กระนั้นเขาก็พลาดไปหมด …คือไม่มีคำแก้ตัว ศูนย์หน้า จำเป็นต้องยิงประตู จะสร้างจังหวะ หาจังหวะ อะไรก็ตาม หรือสามารถติดต่อประสานงานกันเพื่อนพ้องๆก้าวหน้า
นี่เป็นปัญหาของ แยนเซน แม้กระนั้นสำหรับเกมนี้เขาคือแผนของ โปเชตติเตียนโน และเขาได้ช่องนั้น เขาจำเป็นต้องคว้าเอาไว้ให้ได้ แม้กระนั้นเขาก็ทิ้งมันไปอีก
แยนเซน บางทีอาจจะทิ้งจังหวะทองคำไป…แม้กระนั้นแนวคิดของ พอเพียงช เวิร์ค ในมุมที่สามตัวรุกข้างหลัง แยนเซน ทำหน้าที่ได้ค่อนข้างจะดี สลับเวียนกันวิ่งไปมาหน้าเขตโทษวัตฟอร์ต กระทั่งได้โอกาสยิงประตู โดยเฉพาะลูกยิงของ เดลเล อัลลีงดงามอย่างมาก
รับบอลจาก ชอน เฮือง ไม่น หน้าเขตโทษ แล้วปั่นโค้งทิ่มสามเหลี่ยมบน มันทำให้วัตฟอร์ด เองเล่นยากขึ้นและสเปอร์สเล่นง่ายขึ้น ก่อนจะโดนลูกสองจากนอกเขตอีก เอริก ดายเออร์ และปิดด้วย ชอน เฮือง ไม่น นอกเขตโทษอีก
แผนของ พอเพียงช มันเวิร์ค เมื่อใช้ แยนเซน ค้ำใน กองหลังยืนชิดเส้น 18 หลา แดนกึ่งกลาง ถอนลงมาคุมโซน จ้อง คอยดัก ไม่มาร์คกิ้ง หรือเข้าบอล ทำให้ สามพลังรุกไก่ ได้ช่องเล่นกับบอลจำนวนมาก
ไม่ต้องเซตเข้าในแล้ว เพราะเหตุว่า แยนเซน ยืนค้ำสะกดกองหลังไม่ให้ เดินขึ้น เพราะฉะนั้นประตูจากนอกเขตโทษทั้งสามลูกในครึ่งแรกยืนยันแนวทางณ์ของ โปเชตติเตียนโน หมดแล้ว ลูก 4 และการลงสนามของ แฮร์รี เคน คือของแถมฟรีว่าความสามารถของสเปอร์ส ในเวลานั้น โอเคเลย คล้ายกับเชลซี
ตัวเจ็บ มีผู้แทน เปลี่ยนแปลงแผน ยืดหยุ่นได้ สลับนักฟุตบอลบางตำแหน่งโดยไม่เสียหายหรือมีผลกระทบต่อเกมการเล่น น่าเสียดายเพียงแค่ว่า…พวกเขามักจะหลุดในช่วงเข้าได้เข้าเข็ม แบบว่าจี้ติดๆมาแล้วสะดุดซะงั้น
ถ้าเกิดดูจากผลงานตั้งแต่ตอนแรกของซีซั่น 6-7 นัดแรกยังตามผู้นำฝูงอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต้มเดียว แม้กระนั้นผ่านถึงนัดที่ 12 เชลซี ขึ้นครองผู้นำฝูง พวกเขาอยู่ที่ 4 และมีแต้มตามเชลซี 4 แต้ม นั่นคือใกล้เชลซีที่สุดจนถึงตอนค่ำวันเสาร์ก่อนหน้าที่ผ่านมาก็ 4 แต้มแม้กระนั้นภายหลังจากเชลซีบุกเฉือนบอร์นมัธ นุ่มๆความห่างกลับไปที่ 7 แต้มอย่างเดิม

ถ้าเกิดจะมีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้นกับเชลซี ไม่ต้องแพ้ 3 ใน 7 หรอกนะครับ ผมว่าลุ้นแบบนั้นยากเกินและน่าพิศวงเกินไปแม้เชลซีจะแพ้คนไหนกัน 3 นัดใน 7 นัดสุดท้าย เอาเพียงแค่เสมอสักสามนัด ผมว่ายังง่ายดายยิ่งกว่าและมีทางเป็นได้
ผลเสมอสามนัดบางทีอาจโหยกเหยกต่อตำแหน่งผู้นำฝูงแน่นอน เพราะเหตุว่ามันจะหายไป 6 แต้ม แม้กระนั้นช่วงดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ไม่รู้เรื่องล่ะตอนไหน สเปอร์สจำเป็นต้องชนะรวด แต้่มห่าง 1 เมื่อไหร่ ก่อนปิดซีซั่นสักสองสามนัดผมว่า…แฟนไก่ จะได้ลุ้นมากกว่านี้
ไม่ต้องลุ้นให้เชลซีแพ้ ลุ้นให้แต้มเชลซีหายไปนัดละ 2 จากผลเสมอ ผมว่าง่ายดายยิ่งกว่า และจังหวะจะเปิดกว้างกว่านี้ แม้กระนั้นเมื่อห่างกัน 7 แม้ดูยากแม้กระนั้นยังคงมีหวังอยู่ครับผม มิได้ไกลซะทีเดียว ขั้นต่ำพรีเมียร์ลีกมีอะไรให้ตื่นเต้นอยู่บ้างสเปอร์ส ก็ทำหน้าที่ของตัวเองคือชนะในเกมถัดไป อย่างน้อยที่สุดในยุคของ เมาริซิโอ โปเชตติเตียนโน แฟนไก่เดินยืดได้แถวเซเวนส์ ซิสเตอร์ได้มากกว่าแฟนปืนแชมป์ไหมอีกเรื่องหนึ่ง…แม้กระนั้นณ จุดนี้มันคือความเจริญนะครับ
สเปอร์ส ซื้อนักฟุตบอลเสริมทีมจริงแม้กระนั้นไม่ทุ่มทุนบ้าดีเดือดเหมือนทีมใหญ่ พวกเขาได้ส่วนผสมที่พอดี ผู้ฝึกสอนก็ชายหนุ่มไฟแรงที่รอเวลาเพิ่มเติมการบรรลุเป้าหมายให้เป็นรูปธรรม จากแนวทางที่เดินมาถูกต้องแล้ว
ช่วงต้นซีซั่นไปเสียรังวัดเสมอง่าย และไม่เก็บชัยชนะต่อเนื่อง ทำให้การลุ้นแชมป์จึงขาดๆเกินๆมาถึง 7 นัดสุดท้าย ก็จำเป็นต้องลุ้นถัดไปนะครับ

สุดมันส์ หงส์ vs ไก่

บิ๊กแมตช์คงจะสุดสัปดาห์นี้…คงจะไม่มีอะไรมากมายไปกว่าการฉกฉวยสามคะแนนเพื่อพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก ระหว่างลิเวอร์พูลกับสเปอร์ส
ภายใต้ความกดดันคนละแบบสองแบบ
แน่ๆนะครับ…ในทางทฤษฏีพวกเราสามารถอ้างได้ว่าสองกลุ่มนี้ยังมีความหวังอยู่บ้างในการลุ้นแชมป์ แต่ว่าในทางปฏิบัติ ในทางความรู้สึก ในทางประสบการณ์ของแฟนบอลและก็งานข่าว มั่นใจได้ว่า สเปอร์สกับ ลิเวอร์พูล ถูกตัดชื่อออกไปจากสาระบบการลุ้นแชมป์เรียบร้อยแล้ว
แม้เหลืออีก 14 นัดหมายและก็นัดหมายล่าสุดด้วย…แต่ว่าเชื่อเถอะว่า กระทั่งแฟนหงส์เองยังสั่นหน้า แฟนไก่รู้สึกยอมแพ้กับทั้งช่องว่างที่ห่างและก็ฟอร์มของเชลซี "จ่าฝูง" ที่ยังสม่ำเสมอ ไม่เสียทีอะไรง่ายๆ
มีแต่ว่าสิงห์บลูจะมุ่งหน้าเข้าพบแชมป์ขึ้นทุกอาทิตย์
โอเคนะครับ…มาว่ากันถึงเกมบิ๊กแมตช์ระหว่างลิเวอร์พูลกับสเปอร์สที่แก่งแย่งสามคะแนนเพื่อพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก ถามว่าผู้ใดกันแน่หนักกว่ากันมันคนละแบบ
หงส์แดง อาจจะหนักในแง่ที่ว่าก่อนลงสู่สนามพวกเขามีโอกาสตกไปอยู่ชั้น 6 เพราะเหตุว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชั้น 6 จี้มาเหลือ 1 คะแนน พวกเขาลงสู่สนามก่อนพบกับวัตฟอร์ด ถ้าเกิดเก็บสามแต้มได้ ซึ่งมั่นใจว่าโอกาสเก็บสามแต้มนั้นมีแน่
"ซาตานแดง" จะแซงขึ้นชั้น 5 หรือดีกว่านั้นเป็นชั้นสี่ถ้าอาร์เซนอลในตอนหัวค่ำดันแพ้ฮัลล์ สิตี้ คาบ้าน
ถึงจุดนี้ฟุตบอลเป็นศาสตร์ที่พัฒนาต่อไปได้เสมอกัน สามารถแพ้ชนะกันได้ในเกมเลย ไม่มีใครเหนือชั้นกว่าด้อยกว่ามากเท่าไรนัก กลุ่มขนาดเล็กพร้อมสุ้ พร้อมฝ่าเพื่อชัยชนะ เพื่อสามคะแนนกับกลุ่มใหญ่ ถ้าหากไม่เหนือกว่ามากเท่าไรนัก วางแทกตำหนิกมาแล้วใช้ได้ผล
พวกเขามีสิทธิ์ชนะในเกมด้วยเหมือนกัน
จุดที่กลุ่มขนาดเล็กจะด้อยกว่ากลุ่มใหญ่มีเรื่องมีราวเดียวเป็น "ความสม่ำเสมอ" อันเกิดจากศักยภาพของกลุ่มแนวลึก ที่คงจะรักษาฟอร์มที่ดีแบบนานๆไม่ได้ อันนี้เป็นความแตกต่าง แต่ว่าถ้าเปรียบเทียบกันเฉพาะแมตช์ต่อแมตช์ เพียงแค่ 90 นาที
เหมือนเกมบอลถ้วย เหมือนเอฟเอ คัพ แพ้ตกรอบ ชนะไปต่อ วางแทกตำหนิกแบบงี้กลุ่มเล็กชนะกลุ่มใหญ่ได้ด้วยเหมือนกัน
แบบอย่างมีให้มองเห็นแล้วทั้งกับสเปอร์ส, อาร์เซนอล, แมนฯยูฯ กระทั่งลิเวอร์พูลที่โดนกลุ่มเล็กท้ายตารางสอยมาหลายทีมแล้ว
นี่เป็นฟุตบอลยุคโมเดิร์น ที่ศาสตร์ฟุตบอลปรับปรุงจนถึงสามารถเอามาใช้เพื่อแพ้ชนะกันได้ในเกมเดียวกัน แต่ว่าถ้าจะบอกถึงเกมระยะยาวทั้งซีซั่น ตรงนี้แหละนะครับที่แยกระดับของกลุ่มได้กระจ่างแจ้ง และก็พวกเราก็มองเห็นกัน…
ตอนนี้เมื่อกลุ่มใหญ่มาพบกัน… หรือกลุ่มขนาดใหญ่ ที่มีเป้าใหญ่กว่ากลุ่มเล็กมาพบกัน จะออกมาแบบไหนดี

เริ่มที่ ลิเวอร์พูล กำลังเจอหน้ากับวิกฤตการณ์ครั้งสำคัญในยุคของ พบร คลอปป์ ถึงขั้นโดนสื่อเอาตัวเลขที่เขาปฏิบัติงานใน 54 เกมแรกไปล้อเลียนว่าไม่มีความแตกต่างจากยุค เบรนดัน รอดพบร์ส คุมสักเท่าไหร่

อีกทั้ง…นับจากปี 2017 เริ่มเปิดศักราชมาพวกเขาเหมือนเป็นปีชง…ยังแพ้ผู้ใดกันแน่ในพรีเมียร์ลีก แถมแพ้ในแอนฟิลด์ติดต่อกัน และก็ผลงานที่ชั่วร้ายที่สุดนับจากสิ้นสมัยของ รอดพบร์ส ที่สำคัญแผนการที่ฝันกันเอาไว้…

พังทลาย (นอกจากผม ที่ไม่เคยคิดตั้งแต่ตอนแรกว่าหงส์มีลุ้นแชมป์)

เอาดีๆนะ

พบร คลอปป์กับกลุ่มบริหารเองตั้งเป้าหมายไว้ที่ 4 ตั้งแต่ตอนแรก แต่ว่าพอเพียง 13 ครั้งแรกหรือหนึ่งในสามของระยะทางพวกเขาทำแต้มนำจ่าฝูงและก็ปฏิบัติตนเป็นกลุ่มที่มีโอกาสลุ้นแชมป์ มันก็เลยสร้างความปรารถนาให้กับแฟนหงส์และก็สื่อมวลชนสายหงส์ที่เมอร์ซีย์ไซด์

go so big อะไรประมาณนั้น

มาถึงจุดนี้….ถ้าจะถามว่าลิเวอร์พูลเล่นต่ำลงมากยิ่งกว่ามาตรฐานอะไรมั้ย ผมคิดว่ามันคงจะไม่ใช่แล้วละครับ เพราะเหตุว่าความเป็นจริงๆเป็นมันมาตรฐานเดิมที่เคยมีนั่นแหละ และก็วัตถุประสงค์เดิมเป็นลุ้นที่ 4 ซึ่งก่อนเปิดซีซั่นหงส์เป็นเต็ง 6 นะครับ

ว่ากันตามจริง…อย่างที่พวกเรารู้กัน แมนฯสิตี้, แมนฯยูฯ, เชลซี, อาร์เซนอล, สเปอร์ส และก็ลิเวอร์พูล มันถูกคาดคะเนและก็จัดเอาไว้แบบงี้อยู่แล้ว

โอเค…กลับมาอยู่ที่เดิม ณ จุดนี้ และก็การลุ้นยากลำบากเหมือนที่้คาดหวังกันเอาไว้แต่แรก และก็ใน 14 นัดหมายที่เหลือมันเป็นการรับรองว่าพวกเขาจะได้ที่สี้หรือไม่ และก็จำเป็นต้องชิงกันสุดชีวิตกับ 4 ขั้นแรกบวกกับแมนฯยูฯ ที่กำลังอยู่ในตอนขาขึ้น

ถ้างั้น…พบร คลอปป์ จะแก้ปัญหายังไงในเมื่อเกมรับเป็นปัญหาใหญ่ของกลุ่มไม่บางทีอาจถูกปรับแก้หรือปกปิดด้วยเกมรุกอีกแล้ว เพราะเหตุว่าเมื่อเกมรุกลีบ ทำอะไรคู่แข่งขันไม่ได้ เกมรับที่พร้อมเสียก็ทำให้กลุ่มแพ้ทันที

อีกหนึ่งปัญหาที่เพิ่มขึ้นเมื่อซีซั่นผ่านไปเป็น "แทกตำหนิก" เกมรับของคู่แข่งขันในลีกกว่า 15 กลุ่มที่ไม่เปิดหน้าแลกเปลี่ยน และก็เกมรุกหงส์แดงหมดปัญญาเจาะ แถมไอเดียไม่นานาประการ บอลหน้าเดียว แล้วยังไม่ได้เล่นเกมที่ถนัดเป็นเพรสสิง เพราะเหตุว่าไม่รู้เรื่องจะเพรสอะไร มีแต่ว่า พาส อย่างเดียว

No pressing just passing or knock ball around.They cant get through tight defensive tactical.Lack of idea to break that.

ผมเขียนเองไม่ได้ลอกฝรั่งมา…เป็นไม่ได้เพรสหรือรุมแย่งบอล ได้แต่ว่าผ่านบอล หรือเคาะบอลไปๆมาๆในสนาม หาทางผ่านเข้าไปไม่ได้ ขาดไอเดียในการทำลายแทกตำหนิกเกมรับ

อย่างที่มองเห็นเป็นพอเพียงหาทางเข้าเขตโทษไม่ได้ รวมทั้งไม่จบด้วยการยิง แล้วพอเพียงส่งบอลพลาดโดนตัดได้ สวนกลับเสียประตู เพราะเหตุว่าหลังลอย หรือเสียลูกเซตพีส คุ้มครองป้องกันไม่ได้ ก็โดนลงโทษทันที ทำให้กลุ่มแพ้ติดๆกันมานับจากปีใหม่

บอส เจเค ถูกเสนอคำถามและก็มีบางบุคคล แฟนหงส์บางบุคคลนะครับ สะเหร่อ บอกไล่ออก และก็ขอแปลงโค้ช

แฟนบอลสมัยใหม่กลุ่มนี้มักทำให้แฟนหงส์จำนวนมากเสียเชื่อ…เอะอะ จะแปลงโค้ช เอะอะ ลุ้นแชมป์ ทุกปี

อะไรนะครับ…พวกท่านมึง

เกมนี้ไม่ต้องติชมอะไรมากมาย…และก็พวกเราก็ยังไม่ทราบดีว่าบอสเจเค จะแก้ปัญหาเกมรับได้ดีขนาดไหน เพราะเหตุว่ามันยังแก้ไม่ได้มาตั้งแต่ครั้งแรกที่ชนะอาร์เซนอล 4-3 จนกระทั่งเวลานี้ มีข้อดีคือสเปอร์ส ก็ไม่ใช่กลุ่มที่เน้นย้ำเกมรับ

นั่นบางทีอาจทำให้ เกเก้น เพรสสิง ปฏิบัติงาน…แต่ว่าจะเห็นผลหรือไม่เพราะสภาพจิตใจเด็กหงส์เวลานี้ท้อแท้และก็ขาดความเชื่อมั่นไปเยอะ

เวลาเดียวกันทอตแน่มฮอตสเปอร์จัดว่าเป็นกลุ่มในกลุ่มนำที่มีพื้นฐานเกมรับดี พลาดยากเสียยาก เกมรุกหวังผลได้ ขาดเพียงแค่เกมบางเกมที่พวกเขาควรชนะกลับแพ้ ดันพลาดเสมอ และก็ที่สำคัญสเปอร์ส เจอกับกลุ่มในกลุ่มเดียวกันนั้น…

มีปัญหาในการเอาชนะด้วยเหมือนกัน

ถ้าถามว่าบิ๊กแมตช์ระหว่างหงส์แดงกับไก่มุ่งมาดอะไร

บอกตามจริงไม่ใช่ออกตัว หงส์แดง ยังมีสิทธิ์แพ้คาบ้านได้อีก เพราะเหตุว่าเกมรับทั้งส่วนตัว หาม, เซนเตอร์ และก็ส่วนระบบเกมรับ เมื่อรวมกับกองกลางมาพ่วงด้วย ยังไม่เริ่ดเลย มันมันมี mistake เกิดขึ้นได้ตลอด

อ้อ…ผู้รักษาประตูด้วย

วันดีคืนดีไม่รู้เรื่อง มันจะรับบอลง่ายๆหลุดมือหรือปล่อยบอลลอดขาผ่านเส้นทางเข้าไปหรือเปล่า

จุดบอบบางมันเยอะ…

ถามว่ากี่เกมแล้วนะครับที่ กองหลังหงส์แดงอยู่ๆมันก็เสียประตูแบบขาดเหตุผล ของฟุตบอล หรือจากการบุกของคู่แข่งขันเพียงแค่ 1 ครั้งก็เสียแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกโด่งนี่แหละ โดนประจำ และก็พอเพียงเสียประตูเกมก็เสียไป

บวกกับเกมรุกที่เน้นย้ำบอลช่อง แต่ว่าไม่มีช่องให้เจาะ เพราะเหตุว่าแน่นหมด รถบัสสองคัน จะเจาะแบบไหน พอเพียงเจาะช่องไม่ได้ ผ่านบอลกันไปๆมาๆก็ไม่ได้ยิง ไม่มีเกมรุกแบบอื่นๆตัวอย่างเช่นครอสจากข้างๆ , เซตพีส, ยิงไกล

บอลครอสจากข้างๆยิ่งไม่ต้องหวังเลย…เพราะเหตุว่ากองหน้่าหงส์ไม่ได้เก่งลูกโหม่ง นานหนปีครั้ง จะโหม่งได้ประตู

นี่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นภายหลังถูกจับทางได้ และก็แนวทางนี้ใช้ได้ผลเพียงแค่ 50% ความมากมายหลากหลายไม่มีมากเท่าไรนัก เวลาเดียวกันทอตแน่มฮอตสเปอร์ เองเป็นกลุ่มที่ก็มีปัญหาไม่ได้มีความแตกต่างกัน บางเกมเล่นดีครึ่งเดียว

บางเกมนึกจะหมดมุขก็ตื้อไปซะงั้น

ลักษณะคล้ายกันเพียงแต่…สเปอร์ส มีดีกว่าหงส์แดงในเรื่องเกมรับที่แน่นแฟ้นกว่า รัดกุมกว่า พลาดยากกว่า พื้นฐานตรงนี้ทำให้สเปอร์ส จะพลาดยากและไม่ปล่อยให้กำเนิดวิกฤตการณ์เหมือนหงส์แดง

แบบหลุดแล้วหลุดเลย…

สเปอร์สจะพลาดยากแล้วถ้าพลาดจะกลับมาชนะในเกมต่อไปทันที ไม่มีพลาดสม่ำเสมอแบบหงส์แดง ณ เวลานี้

ถ้าเปรียบเทียบกันแล้วตอนนั้น จุดบกพร่องของหงส์แดงที่มาเติมเป็น "ขาดความเชื่อมั่น" ในกลุ่มซะแล้ว แล้วฟุตบอลที่เล่นด้วยความไม่มั่นใจ โอกาสผิดพลาดมีสูง โอกาสแพ้มีล้นหลาม โอกาสชนะมีน้อยทันที

ด้วยเหตุนี้…บทวิพากษ์บิ๊กแมตช์เกมนี้ ขอให้ติดตาม

1 การจัดการปัญหาเกมรับว่า บอสเจเค จะทำอย่างไรบ้าง และก็เกมรุกจะมีไอเดียเยอะขนาดไหน มีอะไรมาเพิ่ม และก็ขั้นตอนการเล่น…เล่นด้วยความเชื่อถือว่าทำเป็นหรือเล่นด้วยความไม่มั่นใจ งงเต็กๆซุ่มซ่ามๆกันไป

2 สเปอร์ส เองพบกลุ่มในกลุ่มทอป 6 จำเป็นต้องสอบผ่านให้ได้เพื่อพื้นที่ชปล.

ส่วนรายละเอียดการปรับแต่งอะไรนั้น ผมว่ารอดูหลังเกมจบมาว่ากันเป็นฉากๆมีอะไรบ้าง

ฟันธงมั้ย…

ชนะ, เสมอ และก็ แพ้ได้ เสมอกันทั้งหงส์และก็ไก่ นะครับ ไม่ใช่กำปั้นทุบดิน เพราะเหตุว่าคู่นี้เสมอกันหมดทุกประการในเกมฟุตบอล ณ เวลานี้

เชลซีย่อตัว

ความปราชัยของเชลซีต่อ คริสตัล พาเลส เกิดเรื่องเกิดขึ้นได้ เพียงแต่ว่ามันน่าจะเป็นแค่เกมเดียวที่เรียกว่า one off แพ้แล้วแพ้ไป…กลับมาชนะได้ทันที สถานะการณ์ในขณะนี้เป็นนำสเปอร์ส 7 แต้มแข่งเสมอกันเป็นกลุ่มสเปอร์สที่เป็นผู้ท้าชิงตัวจริงมากยิ่งกว่าทุกครั้งม จังหวะไม่เป็นใจที่โปรแกรมมาแข่งพร้อมคืนวันพุธ …เป็นถ้าเกิดสเปอร์สเตะก่อนแล้วชนะ แต้มเหลือ 4 น่าจะมีผลให้เกมคู่เชลซีต้อนรับการมาเยี่ยมของแมนฯซิตี้ เข้มข้นยิ่งนัก
แม้กระนั้นเมื่อโปรแกรมออกมาอย่างงี้แล้วนำ 7 แล้วเตะวันเดียวกันก็ลุ้นกันไปสองสนาม ที่สำคัญเกมนี้หลายทีมร่วมลุ้นกับเชลซีด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลิเวอร์พูล, อาร์เซนอล รวมทั้งแมนฯยูไนเต็ด เป็นเชียร์ให้เชลซีปิดบัญชี เรือใบสีฟ้าไปเลย
ว่ากันถึงสถานะการณ์ของเชลซีก่อนลงสนามนัดหมายนี้ก็มีความกดดัน ความเครียดกันบ้าง ภายหลังแพ้คริสตัล พาเลส ค้างบ้าน มันเหมือนมีอะไรมากระตุกต่อมสู้ของเชลซี ไม่ให้ต่ำลงไป นี่เป็นดีที่แต้มนำ 10 ทำให้ความปราชัยในลักษณะอย่างงี้ มันเป็นเชิงบวกมากยิ่งกว่าลบ
แพ้นัดหมายเดียว..อย่างที่บอก เกมนี้อาจเจอกลุ่มใหญ่อย่างแมนฯซิตี้ แม้กระนั้นเอาเข้าจริงๆจุดบอดของซิตี้ มากเลย รวมทั้งเชลซี ก็ไม่ต้องเล่นเพื่อชนะ เล่นรัดกุม รอตีหัวเข้าบ้าน เพื่อสามคะแนน ง่ายดายกว่า
แม้ย้อนไปดูผลงานในเกมที่แพ้พาเลส อาจจะโทษคนไหนกันแน่ไม่ได้เว้นเสียแต่เกมรับของตนที่ เสียสมาธิรวมทั้งคลอดประมาท วิลฟรีด ซาฮา กับ เบนเตเก้ มากเกินความจำเป็น
ทั้งเกมเชลซีมีโอกาสซัดประตูตั้ง 24 ครั้งเข้ากรอบ 11 แม้กระนั้นได้มา 1 ส่วนพาเลส ยิงไป 8 เข้ากรอบ 3 เป็นสองประตู เกมอย่างงี้มันมีเกิดขึ้นแน่นอนปัญหาที่ อันโตนีโอ คอนเต้ จำเป็นต้องปรับก่อนต่อกรกับเกมรุกสุดอันตรายจากแมนฯซิตี้เป็น…อย่าเสียท่าเสียประตูก่อนเดี๋ยวจะกดดันตัวเองเปล่าๆเกมที่เจอกับพาเลส มันเป็นความกดดันอย่างหนึ่งที่ดันไปเสียประตู 2-1 แบบไม่เคยรู้เนื้อรู้สึกตัว
โดยเหตุนี้เกมนี้ คอนเต้ ควรต้องปรับจูนเกมรับใหม่เพื่อรัดกุม ไม่พลาดและไม่เสีย เพราะจะว่าไปเกมรับเชลซีอย่างไรก็ยังดูเหนียวกว่าแมนฯซิตี้ มากไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเหตุนี้เกมนี้ คอนเต้ น่าจะกลับไปยึดสูตรการเล่นแบบเดิมเป็นใช้กลางรับสองคน กองเต้ จะยืนคู่กับ มาติชหรือ ฟาเบรกาส ซึ่งนัดหมายที่แพ้พาเลส ส่งพร้อมสามคนเลย เชสก์ดันขึ้นไปสูงหน่อย…
นัดหมายนี้อาจควรต้องส่ง วิลเลียน ลงมาเล่นเกมนี้พร้อมกับ เปโดร รวมทั้ง เอดินแดน อาซาร์ โดย คอสต้า ค้ำหน้า แนวรับชุดเดิม แค่ปรับตัวผู้เล่นในดินแดนกลางแค่นั้น ผมเดาดวงใจ คอนเต้ ว่าน่าจะเลือก ฟาเบรกาส เล่นกับ กองเต้ เพราะ ฟาเบรกาส เปิดบอลยาวแม่นกว่า มาติช

การเล่นจังหวะสวนกลับอย่างงี้ ฟาเบรกาส เป็นประโยชน์ เพราะอย่างไร แมนฯซิตี้ ไม้่มีหนทางรวมทั้งกลุ่มเป๊ป อาจจะจำเป็นต้องเล่นเกมรุกเข้าพบ หรือไม่ก็ถอยคุมโซน ถ้าเกิดถอยก็เข้าทางเชลซี ที่จะเล่นเกมไปตามจังหวะ กระทั่งบุกเข้าพบยิ่งเข้าทางโต้กลับเชลซีมากเพิ่มขึ้น
ไม่ว่าเป๊ป จะเลือกคนไหนกันแน่ลงสนาม ออตาเมนดี, สโตน, คลิชี, ซาบาเลต้า ท่ีน่าจะวิ่งลงสนามแทน นาบาส ที่นัดหมายก่อนเป็นหามขวา เกมนี้ดินแดนกลางอาจควรต้องใช้ ยายา ตูเร ลงเล่นกับ แฟร์นานดินโญ ในขณะนี้ลอตเตอรี่ในเกมรุกจะไปออกที่คนไหนกันแน่จำเป็นต้องนั่งดู
ดาบิด ซิลบา, ราฮีม สเตอริง ที่นัดหมายก่อนแผ่วไป เลอรอย ซาเน ทอปฟอร์ม รวมทั้ง เควิน เดอ บรอยน์ เป็นหัวใจเกมรุกของกลุ่ม กุน อเกรโร หน้าเป้าดังเดิม ถ้าเกิดให้เดาดวงใจ เป๊ป น่าจะพัก ซิลบา เพราะตำแหน่งบางทีอาจจะทับกับ เดอ บรอยน์ เพราะเกมนี้จำเป็นต้องส่ง ยายา ตูเร ลงมาช่วยเกมดินแดนกลางนั้นเองนะครับ
จัดแบบไหน…แนวความคิดของ เป๊ป อาจจะเฝ้าบ้านไม่ได้ละครับ จำเป็นต้องออกมาเดินเกมรุกใส่เชลซี เพราะพวกเขาอยากความมีชัยมากยิ่งกว่า อยากยิงประตู ถ้าเกิดมัวแต่คุมโซน รักษาเชป เอาไว้ในดินแดน ดูท่าว่าไม่น่ารอ
เป๊ป น่าจะย้ำเกมพาสซิง เข้าพบบุกเข้าใส่ วัดกับเชลซี โดยเหตุนี้จุดนี้ก็เลยเป็นการฉกชิงพื้นที่ดินแดนกลางว่าคนไหนกันแน่จะคุมเกมได้มากยิ่งกว่า
กองเต้ คู่ ฟาเบรกาส ปะทะ กลางรุกของซิตี้เป็นเดอ บรอยน์ รวมทั้งจะมี ยายา ตูเร ดันขึ้นมา ส่วนแฟร์นานดินโย ควรต้องเจอกับ อาซาร์ ให้ปวดศรีษะเล่น งานนี้สู้กันเผ็ดร้อนรุนแรง รวมทั้งเกมมีแนวโน้มจะออกมาถึงใจถึงอารมณ์อย่างไม่ต้องสงสัยถ้าเกิดเล่นเกมออกมาแนวนี้…เชลซี น่าจะชิงเหลี่ยมของเกมไว้ได้ดีกว่า
ชั่วโมงนี้ไม่ใช่ว่า แมนฯซิตี้ ไม่สามารถที่จะเจาะแนวรับเชลซีได้ แม้กระนั้นสิ่งที่น่าวิตกเป็น สโตน กับ ออตาเมนดี ไม่น่าจะต่อกรกับ คอสต้า รวมทั้ง อาซาร์ ได้อยู่ นั่นแล้วก็ เปโดร กับ วิลเลียน ที่หวือหวา รวดเร็ว จุดวินิจฉัยแพ้ชนะเกมนี้น่าจะอยู่ที่เกมรับสองฝั่งมากยิ่งกว่าเกมรุก
คล้ายกับที่ลิเวอร์พูลเสมอแมนฯซิตี้ ซึ่งเกมรับพลาดทั้งคู่ฝั่ง แม้กระนั้นเกมรุกไม่เด็ดขาดเอง ปิดบัญชีกันไม่ได้ แม้กระนั้นเกมนี้มีความต่างตรงที่ เกมรับเชลซี รัดกุมกว่าเด็กหงส์ รวมทั้งรัดกุมกว่า เรือใบ ตรงนี้เป็นงานยากของ เป๊ป เมื่อมองดูมายังเกมรับของตนที่พึ่งพิงเสียให้ปืนไปสองลูก
ยืนยันว่า…นัดหมายนี้มีเสียประตูให้เชลซีแน่นอนนะครับ แล้วถ้าเกิดซะก่อน ผมเชื่อว่าเที่ยวนี้จะไม่พลาดเมหือนนัดหมายล่าสุดอีกแล้ว นั่นเป็นการเสียสถิติที่นำก่อนแล้วแพ้ในเกมเป็นครั้งแรก แม้กระนั้นคราวนี้ถ้าเกิดเชลซี นำก่อน
จุดที่น่าสนใจเป็น เป๊ป จะมีผลให้เกมรับของพวกเขาหรือการจัดระบบเกมรับ รัดกุมมากที่สุดได้อย่างไร คอสต้า, อาซาร์, วิลเลียน, เปโดร แถมด้วย ฟาเบรกาส ขึ้นเติมเมื่อรุก ดูผลงานในลีกแล้วจำเป็นต้องยอมรับว่าเกมรับของทุกครั้งมโดนกันหมดถ้วนหน้า โดยเหตุนี้ เป๊ป จำเป็นต้องติวเข้มการเล่นเกมรับเพื่อต่อกรกับมหันตภัยในเกมรุกของเชลซีที่เอ่ยนามมาทั้งผอง

แล้วมุมอื่นมีอะไรอีกมั้ย ผมรู้สึกว่าอาจจะไม่มีโชคชะตา หรือการวินิจฉัยผิดพลาดอะไรมามีผลต่อเกมนี้ มันสู้กันด้วยแทกติกของโค้ชสองฝั่ง รวมทั้งผมคิดว่า คอนเต้ จำเป็นต้องจักจี้จุดบอดแมนฯซิตี้ เป็นทำไงก็ได้ให้มีพื้นที่ มีช่องว่าง รวมทั้งซ้ำเติมความไม่รอบคอบที่เกิดขึ้นตลอดทั้งซีซั่น 32 ลูกที่เสียไปเฉลี่ยโดนนัดหมายละหนึ่งลูกแน่นอนแล้วเป็นกลุ่มในกรุ๊ปทอปที่เสียประตูมากมาย…แค่เสียน้อยกว่าเด็กหงส์เท่านั้นเอง ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่ไม่เหมาะกับการประสบความสำเร็จอะไรเลย เมื่อเกมรับยังไม่ถ้วนถี่ขนาดนี้ กระทั่งพื่้นที่ ชปล. บางทีอาจจะวืดได้

 

11 นัดสุดท้าย

เสียงตวาดแฟนบอลเชลซีดังสนั่นสนามโอลิมปิก ''เรากำลังจะครอบครองแชมป์ลีก''

แม้ อันโตนีโอ คอนเต้ ไม่เห็นด้วยรวมทั้งยังไม่หวั่นไหวกับสิ่งนี้ "ผมยังไม่คิดไกลขนาดนั้น ขอ 26 แต้มที่เหลือนั่นคือเป้าหมาย"

บอกอย่างนี้คือพร้อมเป็นแชมป์นั่นแหละครับผม

เชลซีเปิดศึกลอนดอน ดาร์บี้ อันเป็นเยี่ยมในเหตุผลที่ว่าทำไมทีมจากลอนดอนมักมีปัญหาเรื่องการลุ้นแชมป์ลีก เนื่องจากพวกเขามีทีมตัดแต้มขั้นต่ำปีละ10 นัด

สหายๆในลอนดอนมีมาตรฐานระดับที่ค่อนข้างไม่ดีทีเดียว พร้อมตัดแต้มได้ทุกที จะในหรือนอกบ้านเรียกว่ามันเป็นงานยากสำหรับการลุ้นแชมป์ของทีมในลอนดอนสักครั้งมหนึ่ง เว้นเสียแต่พบศึกนอกเมืองแล้ว ในเมืองนี่แหละสำคัญไม่แพ้กัน

เชลซี คือทีมที่ทำสถิติชนะในลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ มากที่สุด 118 ครั้ง มากที่สุดในบรรดาทีมร่วมมหานครใหญ่ มากยิ่งกว่าอาร์เซนอล 1 นัด และก็นี่บางทีอาจเป็นเหตุผลหลักยุค โชเซ มูรินโญ เข้ามาดำเนินการ

จัดแจงเก็บคะแนนลอนดอน ดาร์บี้ เสียก่อน

เวสต์แฮม, อาร์เซนอล, สเปอร์ส, คริสตัล พาเลส แต่ก่อนมีฟูแล่มแถมมาอีก ในตอนนี้ทีมลอนดอนในลีกสูงสุดมี 5 กลุ่มรวมทั้งเชลซีด้วย ฝั้งเหนือก็สเปอร์ส, อาร์เซนอล ฝั่งตะวันออก เวสต์แฮม ตะวันออกเฉียงใต้ คริสตัล พาเลส

ส่วนวัตฟอร์ด ไม่ใช่ทีมจากลอนดอน….เป็นเมืองเล็กๆอยู่ติดลอนดอนภาคเหนือ ไม่ไกลจากเวมบลีย์ จะบอกว่าเป็นคล้ายรังสิต อาจนึกภาพออกนะครับ

ด้วยเหตุดังกล่าว 8 นัดใน 4 กลุ่มที่จะต้องพบคือ 24 แต้ม

เชลซี เก็บแต้มยากจากลอนดอน ดาร์บี้แล้วทั้งมวล 15 แต้มจากชัย 5 แพ้ 2 คือแพ้อาร์เซนอล 0-3 แพ้สเปอร์ส 0-2 แม้กระนั้นแพ้สองกลุ่มนี้พวกเขาก็วนกลับมาชนะ เท่ากับมิได้ไม่เสีย ส่วนอีกสามนัดหมายชนะพาเลส, เวสต์แฮม ไปกลับ เหลือเกมท้ายที่สุดในลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ จะยากหรือง่ายขึ้นอยู่กับแต้มคราว

โอซิลครวญเป็นที่รองรับอารมณ์แฟนบอลยามทีมพ่าย

โอซิล ตัวบุกทีมอาร์เซนอล ให้สัมภาษณ์ออกอาการน้อยใจแฟนบอลที่มักกล่าวหาว่าเขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้ทีมไม่สามารถเก็บผลการแข่งขันที่ต้องการได้

วันพรุ่งนี้ของนักเตะวัย 28 ปีกำลังตกเป็นเครื่องหมายคำถาม หลังจากสัญญาของเขาจะหมดลงในช่วงจบฤดูกาลหน้าและยังไม่มีท่าทีที่จะเจรจากันลงตัวในเร็วๆนี้ โดยเมื่อเขาถูกถามถึงความสัมพันธ์ของเขากับแฟนบอลอาร์เซนอล เจ้าตัวเผยว่าเขารู้สึกซาบซึ่งเป็นอย่างมากเวลาที่แฟนบอลร้องแพลงเป็นชื่อเขาออกมา

ถึงกระนั้นก็ตามเมซุต โอซิลยอมรับว่าW88รู้สึกเจ็บปวดและน้อยใจอยู่ไม่ใช่น้อยยามที่ตัวเขาต้องตกเป็นแพะรับบาปรองรับอารมณ์แฟนบอลยามที่ทีมไม่ได้อยู่ในฟอร์มการเล่นที่ดีนัก

“คุณรู้มั้ยอะไรที่ทำให้ผมภูมิใจ? วันนั้นแฟนบอลอาร์เซนอลร้องเพลงโอซิล ผมไม่เคยได้สัมผัสกับอะไรแบบนี้มาก่อนกับสโมสรไหนๆ มันทำให้ผมขนลุกทุกครั้งเวลาที่แฟนๆร้องเพลงนั้น” โอซิลเผย

“แต่เมื่อยามที่ทีมทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ มันต้องมีใครบางคนที่ตกเป็นแพะรับบาป แล้วมันเศร้าตรงที่เป็นผมเกือบทุกที”

ยูเวนตุสเตรียมทาบ ”เอล โชโล่” แทน อัลเลกรี

ม้าลายเตรียมเดินหน้าทาบทาม ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ เข้ามารับงานคุมทีมต่อจาก อัลเลกรี ที่กําลังตกเป็นข่าวอย่างหนักว่าจะเข้ารับงานคุมอาร์เซนอล

 

กุนซือวัย 49 ปีเหลือสัญญาอยู่ในถิ่นตูรินอีกเพียง 1 ปีและกําลังตกเป็นข่าวว่าจะไปสานงานต่อจาก เจ๊ นายใหญ่ของเดอะกันเนอร์ที่กําลังจะหมดสัญญาลงในซัมเมอร์ที่จะถึงนี้

 

ด้วยเหตุเป็บเป้ มาร็อตต้า ผู้อำนวยการทีม''ม้าลาย''จึงต้องหากุนซือคนใหม่เข้ามาแทนโดยเล็งไปที่ เอล โชโล่ ซิเมโอเน่ ของแอตเลติโก้ มาดริดที่สนใจจะกลับมา กัลโช่ เซเรียอา อีกครั้งเหมือนสมัยยังเป็นนักเตะ

บาร์ซ่าเคลื่อนยานดูด เบเญริน จากปืน

 

บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แดนสเปนเตรียมเดินหน้าทาบทาม เฮคเตอร์ เบเญริน ฟูลแบ็คความเร็วแสงของ อาร์เซนอล มารวมทีม

 

ฟูลแบ็ควัย 21 ปีพึ่งต่อสัญญากับทีมออกไป 6 ปีครึ่งเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว

 

แต่ด้วยข่าว อาร์แซน เวนเกอร์ ที่อาจไม่ต่อสัญญาคุมสังกัดปืนใหญ่ต่อไป อาจทําให้เจ้าตัวทบทวบเรื่องย้ายทีมขึ้นมา

 

บาร์ซ่าประสบปัญหาอย่างหนักในการหาตัวแทนของ ดานี่ อัลเวส ในตําแหน่งแบ็คขวาโดย อเล็กซ์ บิดัล ที่ดึงเข้ามาแทนก็ได้รับบาดเจ็บพักยาว

ผอ.กลัดบัคปัดขาย ดาฮูด ให้เสือเหลือง

แม็กซ์ เอเบิร์ล ผอ.กีฬา สิงห์หนุ่ม ปฏิเสธข่าว มาห์มูด ดาฮูด มิดฟิลด์อนาคตไกลที่กําลังจะย้ายไปค้าแข้งให้กับ เสือเหลือง

สื่อเยอรมันรายงานว่า มิดฟิลด์วัย 21 กะรัต บรรลุข้อตกลงย้ายซบทีมเสือเหลือง แล้ว ซึ่งเขาเหลือสัญญาอีกเพียง 1 ปีกับต้นสังกัด

ทั้งนี้ ล่าสุดผอ.กีฬา ของทีมสิงห์หนุ่ม ได้ออกโรงปฏิเสธข่าวดังกล่าว และแสดงเจตนาว่าพวกเขายังต้องการต่อสัญญากับมิดฟิลด์ตัวเก่งต่อไป